พรมอัดเรียบ

พรมอัดเรียบสีพื้น หนา 2.8 มิลลิเมตร

พรมอัดเรียบ

พรมอัดเรียบ สีพื้น หนา 2.8 มิลลิเมตร

พรมอัดเรียบ ขนาด กว้าง 1.5 เมตร ยาว 25 เมตร (37.5 ตารางเมตร) พรมอัดเรียบ  กว้าง 2 เมตร ยาว 25 เมตร (50 ตารางเมตร)มีทั้งหมด 9 สี ได้แก่ สีแดงสด สีแดงดำ สีเขียวสด สีเขียวดำ สีน้ำเงิน สีน้ำเงินดำ สีดำ สีเทาขาว สีเทาดำคุณสมบัติ พรมอัดเรียบราคาถูก เหมาะสำหรับใช้ปูทางเดิน งานแสดงสินค้า งานอีเว้นท์ งานแฟร์ งานโชว์สินค้า โต๊ะสนุกเกอร์ เนื้อพรมละเอียดเป็นพิเศษ อายุการใช้งานมากกว่า 4 ปีจุดเด่น พรมมีแร็ปพลาสติกกันเลอะก่อนเปิดใช้งาน ไม่ต้องกังวลว่าพรมจะเลอะ ปูได้สบายไม่ต้องระวังมาก ปูง่าย

โปรโมชั่นพรมอัดเรียบ

ซื้อครบ9ม้วน ม้วนละ 1599บาท

ซื้อครบ19ม้วน ม้วนละ 1549บาท

ซื้อครบ30ม้วน ม้วนละ 1490บาท

ซื้อครบ40ม้วน ม้วนละ 1480บาท

ซื้อครบ80ม้วน ม้วนละ 1470บาท

ซื้อครบ100ม้วน ม้วนละ1459 บาท

ซื้อครบ200ม้วน ม้วนละ 1447บาท

ซื้อครบ300ม้วน ม้วนละ1434บาท

ซื้อครบ400ม้วน ม้วนละ 1420บาท

ซื้อครบ500ม้วน ม้วนละ 1405 บาท

ซื้อครบ600ม้วน ม้วนละ 1389บาท

ซื้อครบ700ม้วน ม้วนละ 1372บาท

ซื้อครบ800ม้วน ม้วนละ 1354 บาท

ซื้อครบ900ม้วน ม้วนละ1335บาท

ซื้อครบ1000ม้วน ม้วนละ1315บาท

กว้าง 1.5 เมตร ยาว 25 เมตร แบ่งขายเมตรละ 117 บาท ไม่มีขั้นต่ำ สีขาวและสีพิเศษอื่นๆ เมตรละ 135 บาท

ตัวอย่างสีพรม

ค่าจัดส่ง

ค่าจัดส่งพรมอัดเรียบหน้ากว้าง 1.5 เมตร ทั่วประเทศ 200 บาท

ค่าจัดส่งพรมอัดเรียบหน้ากว้าง 2 เมตร ทั่วประเทศ 250บาท

ค่าจัดส่งพรมลูกฟูกหน้ากว้าง 1.5เมตร ทั่วประเทศ 300บาท

ค่าจัดส่งพรมลูกฟูกหน้ากว้าง 2เมตร ทั่วประเทศ 350 บาท 

หมายเหตุ: จัดส่งเกินกว่า20ม้วน ค่าจัดส่งข้างต้น -20 บาทต่อม้วน

จัดส่งในกรุงเทพพรม1.5เมตรไม่เกิน3ม้วน ปักหมุดลาล่ามูฟเป็นรถ5ประตู

จัดส่งในกรุงเทพพรมหน้ากว้าง2เมตร เกินกว่า2ม้วน ปักหมุดเป็นรถกระบะ

คลิกสั่งซื้อสินค้า

การซักพรมปูพื้น วิธีการซักพรม การซักพรม

การดูแลพรมด้วยตัวเอง ต้องเริ่มต้นจากการที่เราเลือกที่จะติดตั้งพรม การติดตั้งพรมนั้นพื้นที่ในการติดตั้ง จะต้องเป็นพื้นที่ที่ไม่มีฝุ่นละอองไม่เสี่ยงต่ออากาศชื้น คือต้องเป็นห้องที่ไม่ฝนสาด ไม่ติดถนนจนเกินไป และสีของพรมที่ควรจะเลือกมาติดตั้งต้องดูจากลักษณะของห้อง คือ ถ้าห้องแคบหรือห้องที่ดูซับซ้อนขอแนะนำให้ติดตั้งพรมสีอ่อน เพื่อห้องจะได้ดูกว้างขึ้น- ถ้าต้องการเน้นขนาดของห้อง แนะนำให้ใช้พรมสีเข้มจะเห็นลักษณะของห้องได้ดี ชัดเจนยิ่งขึ้นสำหรับการดูแลรักษานั้น ต้องหมั่นทำความสะอาดบ่อยๆ ด้วยการดูดฝุ่น เพราะพรมจะเป็นที่ ที่กักฝุ่นได้ดีเพราะฉะนั้นการดูดฝุ่นพรมเป็นการดูแล รักษาที่ดีที่สุด เพื่อคุณภาพของพรมและคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัยด้วย นอกจากการดูแลรักษาด้วยตัวเองแล้ว ขอแนะนำให้ใช้บริการจากช่างมืออาชีพที่มีความเชี่ยวชาญในการทำความสะอาดพรมร่วมด้วย อย่างน้อยปีละครั้ง เพื่อจะช่วยยืดอายุการใช้งานและคุณภาพของพรม ลักษณะของพรมที่ดีนั้นควรมีพื้นผิวเรียบลวดลายและสีสันสวยงาม ที่สำคัญคือ ผลิตจากวัสดุที่ไม่กักเก็บฝุ่นจึงจะถือว่าเป็นพรมที่มีคุณภาพและเหมาะกับการตกแต่งบ้านของคุณ 

วิธีเลือกพรม 

พรมแต่ละชนิดเหมาะกับแต่ละพื้นที่ ไม่ใช่ว่าพรมทุกชนิดจะใช้ได้กับทุกสถานที่ เราจึงต้องเลือกชนิดของพรมให้เข้ากับพื้นที่ใช้สอย

1.พรมแผ่น เหมาะสำหรับพื้นที่ที่รองรับน้ำหนักได้มากเช่น ใช้สำหรับปูออฟฟิศ สำนักงานทั่วไป ฟิตเนต เพราะพรมแผ่นติดตั้งและรื้อถอนรวมทั้งทำความสะอาดได้ง่าย  สำหรับอายุการใช้งาน 7-10 ปี

2.พรมอัด ลักษณะการใช้งานเหมือนกับพรมแผ่นแต่อายุการใช้งานน้อยกว่าคือ 2-5 ปี

3.พรมทอเครื่อง เป็นพรมทอลายเส้น เหมาะกับพื้นที่ที่ไม่ต้องการรอยต่อ เช่น ทางเดิน ห้องพักโรงแรมห้องประชุม อายุการใช้งาน 7-10 ปี

4.พรมทอวูเว่นวิลตั้น เป็นพรมที่เล่นลายได้แต่ใช้สีได้ไม่เกิน 5 สีต่อ 1 ดีไซน์ เหมาะกับพื้นที่ที่ตอ้งการดีไซน์และสีสัน เช่น ห้องจัดเลี้ยง องพักโรงแรม อายุการใช้งาน 7-10 ปี5.พรมทอเอกซ์มินเสตอร์ เป็นพรมทอลายที่เล่นลายได้เยอะสี ประมาณ 11 สีต่อดีไซน์ และมีดีไซน์ใหม่ไม่ซ้ำใคร เหมาะสำหรับห้องจัดเลี้ยง ทางเดินโรงแรม ห้องพักในโรงแรม อายุการใช้งาน 5-10 ปี

วิธีปูพรมอัด

-เตรียมพื้นที่ให้มีความเรียบ ไม่ควรมีสิ่งใดวางอยู่ใต้พรม

-ดูดฝุ่นผงทำความสะอาดให้มากที่สุดเพื่อจะได้ติดเทปกาวได้ง่าย

-พรมอัดติดตั้งโดยใช้กาวสองหน้าหรือใช้แบบกาวทาสำหรับปูพรมก็ได้พรมอัดเรียบคือ พรมที่มีน้ำหนักเบาขนย้ายและติดตั้งได้ง่าย เหมาะสำหรับงานแสดงสินค้า งานแฟร์ต่างๆ สามารถเก็บความเรียบร้อยของงานได้สะดวก เช่นปูทับปกปิดสายไฟ และยังทำความสะอาดง่าย มีความทนทาน มีน้ำหนักเบา ที่สำคัญคือมีราคาถูก มีสีสันหลากหลายให้เลือกเพื่อให้เหมาะกับงาน พรมอัดเรียบยังช่วยลดเสียงสะท้อนทำให้การกระจายเสียงในการจัดงานมีประสิทธิภาพ และยังช่วยลดแสงสะท้อนจากโคมไฟด้วยเพราะพรมอัดเรียบจะมีสีที่สม่ำเสมอ

การดูแลพรมด้วยตัวเอง

ต้องเริ่มต้นจากการที่เราเลือกที่จะติดตั้งพรม การติดตั้งพรมนั้นพื้นที่ในการติดตั้ง จะต้องเป็นพื้นที่ที่ไม่มีฝุ่นละอองไม่เสี่ยงต่ออากาศชื้น คือต้องเป็นห้องที่ไม่ฝนสาด ไม่ติดถนนจนเกินไป และสีของพรมที่ควรจะเลือกมาติดตั้งต้องดูจากลักษณะของห้อง คือ ถ้าห้องแคบหรือห้องที่ดูซับซ้อนขอแนะนำให้ติดตั้งพรมสีอ่อน เพื่อห้องจะได้ดูกว้างขึ้นพรมอัดเรียบ ถ้าต้องการเน้นขนาดของห้อง แนะนำให้ใช้พรมสีเข้มจะเห็นลักษณะของห้องได้ดี ชัดเจนยิ่งขึ้นสำหรับการดูแลรักษานั้น ต้องหมั่นทำความสะอาดบ่อยๆ ด้วยการดูดฝุ่น เพราะพรมจะเป็นที่ ที่กักฝุ่นได้ดีเพราะฉะนั้นการดูดฝุ่นพรมเป็นการดูแล รักษาที่ดีที่สุด เพื่อคุณภาพของพรมและคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัยด้วย นอกจากการดูแลรักษาด้วยตัวเองแล้ว ขอแนะนำให้ใช้บริการจากช่างมืออาชีพที่มีความเชี่ยวชาญในการทำความสะอาดพรมร่วมด้วย อย่างน้อยปีละครั้ง เพื่อจะช่วยยืดอายุการใช้งานและคุณภาพของพรม ลักษณะของพรมที่ดีนั้นควรมีพื้นผิวเรียบลวดลายและสีสันสวยงาม ที่สำคัญคือ ผลิตจากวัสดุที่ไม่กักเก็บฝุ่นจึงจะถือว่าเป็นพรมที่มีคุณภาพและเหมาะกับการตกแต่งบ้านของคุณ 

เทคนิคการปูพรมอัดเรียบ,พรมลูกฟูก

การปูพรมต้องใช้พรมที่เหมาะกับพื้นที่ ส่วนใหญ่จะเลือกการปูพรมไม่เต็มพื้นที่เพื่อให้ห้องแต่ละห้องไม่ดูอึดอัดจนเกินไป

ขั้นตอนการปูพรม

-พื้นที่ที่จะปูพรมต้องสะอาดไม่มีฝุ่นละออง เช็คขนาดของห้องว่าควรใช้พรมขนาดเท่าใด

-กางพรมให้พอดีกับพื้นที่ที่จะปูพรม

-เมื่อได้ขนาดแล้วก็ใช้กาวสองหน้าหรือทากาวที่พรมแล้วติดตั้งได้เลย โดยเริ่มติดกาวปูพรมจากตรงกลางห้องก่อนแล้วค่อยเลื่อนออกไป-เสร็จแล้วทำความสะอาดโดยการดูดฝุ่นพรมอีกครั้ง

ทำความสะอาดพรมด้วยตนเอง


1. ใช้เครื่องดูดฝุ่นขจัดฝุ่นละอองบนพรมให้สะอาด ผสมน้ำยาล้างจาน 1/4 ถ้วยกับน้ำอุ่น 1 แกนลอน แต่สำหรับพรมที่มีคราบราบ ฝั่งอยู่ให้ใช้น้ำส้มสายชูกลั่น 1 ถ้วยผสมลงไปให้เข้ากัน
2. ใช้แปลงจุ่มในน้ำยาที่ผสมแล้วจนชุ่ม แล้วถูวนเป็นวงกลม ไปทีล่ะส่วนของพรมที่กำลังทำความสะอาด จากนั้น ให้ใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นบิดหมาดๆซับบนบริเวณที่ใช้แปลงขัดแล้ว จนพรมของคุณสะอาดทั้งห้อง
3. ใช้พัดลมเป่าพรมที่ทำความสะอาดแล้วจนแห้งผสมเบกกิ้งโซดากับแป้งข้าวโพดในอัตราส่วนที่เท่ากันแล้วโรยลงบนพรมของคุณให้ทั่ว ทิ้งไว้30นาที หลังจากนั้นใช้เครื่องดูดฝุ่นดูดออกจนหมด พรมของคุณก็จะสะอาดและหมดกลิ่นอันไม่พึงประส

วิธีนี้ใช้ได้บ่อยครั้งโดยไม่ต้องซักพรมของคุณทำไมต้องซักพรมพรมเป็นแหล่งที่สะสมเชื่อโรคได้ง่าย โดยเกิดจากฝุ่นละออง มด แมลงเล็กๆ ริ้นไร และกลิ่นอับต่างๆที่สะสมอยู่อาดเกิดจากกลิ่นอาหาร กลิ่นอับจากเหงื่อละความชื้นซึ่งสิ่งเหล่านี้ เป็นอันตรายต่อสุขภาพอาจทำให้เกิดโรคเกี่ยวกับโรคผิวหนัง หรือโรคทางเดินหายใจ เช่นโรคภูมิแพ้ต่างๆ